
ว่าด้วยเรื่องการรักษาความปลอดภัยหลายคนที่กำลังมองหา กล้องวงจรปิด หรือ กล้องวงจรปิดไร้สาย มาติดตั้งภายในบ้านหรือร้านค้า เพื่อเพิ่มการรักษาความปลอดภัยให้กับเจ้าของอย่างเรา ทั้งนี้อาจจะพิจารณาเรื่องเกี่ยวกับงบประมาณหรือราคารวมไปถึงสเปคก็เป็นหลัก และจุดที่สำคัญมากๆโดยผู้ใช้อย่างเรามักให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆเลยนั่นก็คือในเรื่องของ “ความคมชัด” ของภาพจากกล้อง เพราะอยากได้ภาพที่ชัดเจน มองเห็นรายละเอียดภายในพื้นที่ได้อย่างชัดเจนแบบไม่เบลอ แต่สิ่งที่หลายคนมองข้ามไปคือ รู้กันหรือไม่คะว่าหากกล้องมีความคมชัดที่สูงขึ้นนั้นแลกมาด้วย “พื้นที่จัดเก็บข้อมูล” ที่มีการใช้มากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อระยะเวลาที่กล้องวงจรปิด CCTV ของเราจะบันทึกภาพได้นานแค่ไหนก่อนที่ข้อมูลเก่าจะถูกเขียนทับ และบันทึกข้อมูลลงในเมมโมรี่การ์ดฉะนั้นแล้วเราควรไปทำความเข้าใจตั้งแต่พื้นฐานการบันทึกภาพของกล้องวงจรปิด ไปจนถึงวิธีตั้งค่าที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ทั้งภาพที่คมชัดและระยะเวลาบันทึกที่ยาวนานเพียงพอต่อการใช้งานจริงกันค่ะ
การบันทึกภาพของ กล้องวงจรปิด
กล้องวงจรปิดที่เรามีการใช้งานกันในปัจจุบันนั้น จะมีวิธีจัดเก็บข้อมูลภาพย้อนหลังที่ตัวกล้องได้บันทึกหลัก ๆ อยู่ 2 รูปแบบ ซึ่งแต่ละแบบก็มีข้อดีข้อจำกัดที่แตกต่างกันนั่นก็คือการบันทึกลงเมมโมรี่การ์ดและการบันทึกลงบนระบบ Cloud
การบันทึกลง เมมโมรี่การ์ด
ภาพย้อนหลังจากกล้องวงจรปิดจะถูกบันทึกลงเมมโมรี่การ์ด หรือ MicroSD Card ที่ใส่ไว้ในตัวกล้องวงจรปิดโดยตรง ซึ่งการบันทึกลงเมมเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับกล้องวงจรปิดไร้สายที่ใช้ในบ้านพักอาศัยและร้านค้าขนาดเล็ก เนื่องจากติดตั้งง่าย จ่ายครั้งเดียวจบ ไม่ต้องเสียค่าบริการรายเดือน และข้อมูลจะถูกเก็บไว้ในตัวกล้องโดยตรง ไม่ต้องพึ่งพาอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา
หลักการทำงานคือ กล้องจะบันทึกภาพวนซ้ำ (Loop Recording) เมื่อพื้นที่ในเมมโมรี่การ์ดเต็ม ระบบจะเขียนทับไฟล์เก่าที่สุดโดยอัตโนมัติ เพื่อให้มีพื้นที่บันทึกไฟล์ใหม่ต่อไปเรื่อย ๆ ซึ่งตรงจุดนี้เองที่ทำให้ “ความจุของเมมโมรี่การ์ด” และ “การตั้งค่าความคมชัด” กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดว่าเราจะย้อนดูภาพเก่าได้นานกี่วัน
การบันทึกลงคลาวด์ (Cloud Storage)
ระบบการบันทึกนี้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เป็นส่วนเสริมเข้ามาในแอปกล้องวงจรปิดที่มักจะพบเห็นกันในปัจจุบันมากขึ้น โดยจะเป็นการบันทึกภาพขึ้นไปเก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์คลาวด์ผ่านอินเทอร์เน็ต ข้อดีคือ ไม่ต้องกลัวข้อมูลหายแม้กล้องจะถูกขโมยหรือถูกทำลาย ข้อมูลภาพก็ยังปลอดภัยอยู่บนคลาวด์ สามารถเรียกดูย้อนหลังผ่านแอปพลิเคชันได้จากทุกที่ และ บางระบบยังมีฟีเจอร์แจ้งเตือนอัจฉริยะ เช่น ตรวจจับใบหน้า หรือแยกแยะคนกับสัตว์เลี้ยงได้แม่นยำกว่า
อย่างไรก็ตาม การบันทึกลงคลาวด์มักมีค่าใช้จ่ายรายเดือนหรือรายปีซึ่งในส่วนของค่าบริการก็จะขึ้นอยู่กับแต่ละ App อาจจะมีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกัน และระยะเวลาการเก็บภาพย้อนหลังจะถูกกำหนดโดยแพ็กเกจที่เลือกใช้ เช่น เก็บย้อนหลัง 7 วัน หรือ 30 วัน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความจุเหมือนเมมโมรี่การ์ดโดยตรง แต่ก็ยังคงได้รับผลกระทบจากความคมชัดของภาพเช่นกัน เพราะความละเอียดที่สูงขึ้นหมายถึงปริมาณข้อมูลที่ต้องอัปโหลดและจัดเก็บมากขึ้นตามไปด้วยค่ะ
กล้องวงจรปิด ที่มีความคมชัดสูง ทำไมถึงบันทึกภาพได้สั้นลง
ระยะเวลาบันทึกโดยประมาณตามความจุ เมมโมรี่การ์ด ของกล้องวงจรปิด
โดยทั่วไปแล้ว หากตั้งค่ากล้องวงจรปิดไว้ที่ความละเอียดมาตรฐานและมีการบันทึกแบบต่อเนื่องหรือ จับความเคลื่อนไหว ความจุของเมมโมรี่การ์ดแต่ละขนาดจะให้ระยะเวลาบันทึกที่แตกต่างกันดังนี้ซึ่งระยะเวลาในการบันทึกก็จะขึ้นอยู่กับความจุที่เราเลือกใช้งานกับกล้องนั่นเอง
เมมโมรี่การ์ดขนาด 32 GB สามารถเก็บภาพย้อนหลังได้ประมาณ 7 วัน : เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้งานทั่วไป ตรวจสอบเหตุการณ์ล่าสุดเป็นหลัก และมักจะมาพร้อมกับกล้องวงจรปิดไร้สายรุ่นเริ่มต้น หรือเน้นการใช้งานฟังก์ชันเข้าดูสดเป็นหลักความจุเท่านี้ก็เพียงพอต่อการใช้งานแล้วค่ะ
เมมโมรี่การ์ดขนาด 64 GB สามารถเก็บภาพย้อนหลังได้ประมาณ 14 วัน : เป็นขนาดที่หลายบ้านนิยมเลือกใช้ เพราะให้ความสมดุลระหว่างราคาและระยะเวลาที่เพียงพอต่อการใช้งาน
เมมโมรี่การ์ดขนาด 128 GB สามารถเก็บภาพย้อนหลังได้ประมาณ 28 วัน : เหมาะสำหรับร้านค้า ธุรกิจ หรือบ้านที่ต้องการความมั่นใจว่าจะสามารถย้อนดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้แม้จะผ่านไปหลายสัปดาห์แล้วก็ตาม
โดยตัวเลขเหล่านี้เป็นคำนวณจากใช้งานปกติ เพราะในความเป็นจริงยังมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องอีกมาก โดยเฉพาะการตั้งค่าความคมชัดของภาพที่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญนั่นเอง
เหตุผลที่ภาพความคมชัดสูงทำให้ระยะเวลาบันทึกลดลง
เมื่อเราปรับ กล้องวงจรปิด ให้บันทึกภาพในระดับความคมชัดสูง เช่น FHD (Full HD 1080p) หรือสูงกว่านั้น อย่าง 2K หรือ 4K ในบางรุ่นที่สามารถทำได้ เมื่อภาพความละเอียดคมชัดสูงขึ้นมีการใช้งานแทนความละเอียดมาตรฐานทั่วไป ตัวกล้องวงจรปิดจะต้องประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลภาพในปริมาณที่มากขึ้นอย่างมากในทุก ๆ วินาทีของการบันทึก เหตุผลหลัก ๆ มีดังนี้
1.จำนวนพิกเซลของภาพจากกล้องCCTVที่เพิ่มขึ้น
เพราะภาพที่มีความละเอียดสูงๆ หมายถึง จำนวนพิกเซลต่อเฟรมที่มากขึ้น ยิ่งพิกเซลมาก ข้อมูลที่ต้องบันทึกต่อหนึ่งภาพก็ยิ่งมากตามไปด้วย เปรียบเทียบง่าย ๆ เหมือนการถ่ายรูปด้วยกล้องมือถือที่ตั้งความละเอียดสูงสุด ไฟล์รูปที่ได้ก็จะมีขนาดใหญ่กว่าการถ่ายด้วยความละเอียดต่ำอย่างเห็นได้ชัด
2.อัตราการส่งข้อมูล หรือ Bitrate ที่สูงขึ้น
กล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพคมชัดมักต้องใช้ Bitrate ที่สูงขึ้นเพื่อรักษาคุณภาพของภาพเคลื่อนไหวให้ลื่นไหลและไม่แตกเป็นบล็อก ยิ่ง Bitrate สูง ปริมาณข้อมูลต่อวินาทีก็ยิ่งมาก ส่งผลให้พื้นที่จัดเก็บถูกใช้งานเร็วขึ้น
3.เทคโนโลยีการบีบอัดไฟล์
แม้กล้องวงจรปิดยุคใหม่จะมีระบบบีบอัดข้อมูลอย่าง H.264 หรือ H.265 ที่ช่วยลดขนาดไฟล์ได้มากโดยไม่ทำให้คุณภาพภาพลดลงมากนัก แต่เมื่อความละเอียดต้นทางสูงขึ้น ต่อให้บีบอัดแล้วขนาดไฟล์ก็ยังคงใหญ่กว่าการบันทึกที่ความละเอียดต่ำอยู่ดี
หากเราใช้กล้องวงจรปิดความคมชัดสูงและเลือกบันทึกที่ระดับ FHD เต็มรูปแบบ ระยะเวลาการเก็บภาพย้อนหลังในเมมโมรี่การ์ดขนาดเดิมอาจลดลงจากตัวเลขที่กล่าวไปข้างต้นได้พอสมควร เช่น การ์ด 64 GB ที่เคยเก็บได้ 14 วันในความละเอียดมาตรฐาน อาจเหลือเพียง 7-8 วันเมื่อปรับเป็นความคมชัดสูงสุด อีกทั้งนอกจากนี้สำหรับการใช้งานกล้องวงจรปิดที่เป็นระบบเลนส์คู่ก็อาจจะส่งผลทำให้ระยะเวลาในการบันทึกภาพย้อนหลังต่างลงไปอีกได้ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานและประเภทกล้องของเราด้วยนะคะ
วิธีตั้งค่าการบันทึกที่เหมาะสมสำหรับการใช้งาน กล้องวงจรปิด ทั่วไป
เลือกความละเอียดให้เหมาะกับพื้นที่ใช้งาน
การบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดไม่จำเป็นต้องตั้งความละเอียดสูงสุดเสมอไป แต่เราควรพิจารณาจากลักษณะพื้นที่ที่ติดตั้งกล้อง หากเป็นมุมกว้างสำหรับดูภาพรวม เช่น สนามหญ้า / ลานจอดรถ อาจเลือกใช้งานเป็นความละเอียดระดับ SD ก็เพียงพอแล้ว แต่หากเป็นจุดสำคัญที่ต้องการเห็นรายละเอียดชัดเจน เช่น หน้าประตูทางเข้าหรือจุดคิดเงิน ควรเลือกใช้ความละเอียด HD/FHD ขึ้นไปเฉพาะจุดนั้น
เปิดใช้งานโหมดบันทึกเมื่อตรวจจับความเคลื่อนไหว
ส่วนนี้เหมาะมากสำหรับกล้องบางรุ่นที่มีแบตเตอรี่ในตัวหรือกล้องวงจรปิดโซล่าเซลล์หมดกันบันทึกเฉพาะช่วงที่มีการเคลื่อนไหวนอกจากจะช่วยเซฟแบตเตอรี่ให้เพียงพอต่อการใช้งานตลอดทั้งวัน แทนที่จะบันทึกภาพต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง การเปิดใช้งานฟีเจอร์ Motion Detection หรือการตรวจจับความเคลื่อนไหว ยังช่วยประหยัดพื้นที่จัดเก็บได้อย่างมากเลยล่ะค่ะ
เลือกใช้เมมโมรี่การ์ดความจุสูง หรือ เสริมด้วยระบบคลาวด์
หากต้องการความคุ้มค่าในระยะยาวซื้อครั้งเดียวจบการเลือกใช้เมมโมรี่การ์ดความจุ 128 GB ความจุสูงสุด หรือ เลือกกล้องวงจรปิด CCTV ที่รองรับการบันทึกทั้งเมมโมรี่การ์ดควบคู่กับคลาวด์ ในส่วนนี้จะช่วยเพิ่มความมั่นใจได้มากขึ้น เพราะแม้ความคมชัดสูงจะใช้พื้นที่มาก แต่ก็ยังมีระยะเวลาบันทึกที่เพียงพอ และมีข้อมูลสำรองบนคลาวด์ในกรณีฉุกเฉินนั่นเองค่ะ
ตรวจสอบและเช็ค เมมโมรี่การ์ด อย่างสม่ำเสมอ
การบันทึกภาพวนซ้ำตลอดเวลาทำให้ เมมโมรี่การ์ด ต้องเขียนและลบข้อมูลซ้ำ ๆ อยู่เสมอ ควรเลือกใช้เมมการ์ดที่ผลิตมาเฉพาะสำหรับกล้องวงจรปิด (High Endurance) ซึ่งออกแบบมาให้ทนทานต่อการเขียนทับข้อมูลได้มากกว่าการ์ดทั่วไป และควรตรวจสอบสถานะเมมการ์ดเป็นระยะเพื่อป้องกันข้อมูลเสียหายหรือบันทึกไม่ได้โดยไม่รู้ตัว แนะนำที่เป็น class10 ขึ้นไป จากร้านที่น่าเชื่อถึงเพื่อมั่นใจว่าได้สินค้าแท้และมีคุณภาพพร้อมบริการหลังการขายด้วยนะคะ
ทั้งนี้ความคมชัดของ กล้องวงจรปิด เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เห็นรายละเอียดภาพได้ชัดเจนขึ้นก็จริง แต่ก็แลกมาด้วยปริมาณข้อมูลที่มากขึ้นซึ่งส่งผลโดยตรงต่อระยะเวลาการบันทึกภาพย้อนหลัง ไม่ว่าจะเป็นการบันทึกลง เมมโมรี่การ์ด หรือ คลาวด์ก็ตาม การเลือกใช้กล้องวงจรปิดหรือกล้องวงจรปิดไร้สายควรใช้งานและตั้งค่าอย่างเหมาะสม ทั้งตั้งค่าความละเอียด เฟรมเรต และการตรวจจับความเพื่อให้สมดุลกับความจุที่มีอยู่ จะช่วยให้ได้ทั้งภาพที่คมชัดเพียงพอต่อการใช้งาน และระยะเวลาบันทึกที่ยาวนานเพียงพอต่อการตรวจสอบเหตุการณ์ย้อนหลังได้อย่างมั่นใจ
Recent Comments