หลายคนที่กำลังเลือกซื้อ เราเตอร์ใส่ซิม หรือ กำลังมองหาอินเทอร์เน็ตสำหรับบ้าน ร้านค้า หรือสำนักงานขนาดเล็ก มักจะเกิดความสับสนเมื่อเห็นคำว่า 4G, 5G, Wi-Fi 2.4GHz และ Wi-Fi 5GHz เพราะมีคำว่า “5G” เหมือนกัน จึงเข้าใจว่าเป็นเทคโนโลยีเดียวกัน

   ความจริงแล้ว 4G และ 5G เป็นสัญญาณเครือข่ายมือถือจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ส่วน 2.4GHz และ 5GHz เป็นคลื่นสัญญาณ Wi-Fi ที่เราเตอร์ใช้กระจายอินเทอร์เน็ตให้กับอุปกรณ์ภายในบ้านหรือสำนักงาน ซึ่งเป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง

   บทความนี้ Ajiko จะพาไปทำความเข้าใจความแตกต่างแบบง่าย ๆ เพื่อช่วยให้เลือกใช้งานได้เหมาะสมมากขึ้น


4G และ 5G คืออะไร?

   4G และ 5G คือเทคโนโลยีเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ให้บริการโดยผู้ให้บริการเครือข่าย เช่น AIS, TRUE และ DTAC

   เมื่อเรานำซิมอินเทอร์เน็ตไปใส่ในเราเตอร์ ตัว เราเตอร์ใส่ซิม จะรับสัญญาณจากเสาส่งสัญญาณของเครือข่ายมือถือ แล้วแปลงเป็นอินเทอร์เน็ตสำหรับใช้งานภายในบ้าน

จุดเด่นของ 4G

  • ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ
  • สัญญาณมีความเสถียรในหลายพื้นที่
  • ค่าอุปกรณ์และแพ็กเกจมีราคาประหยัด
  • รองรับการใช้งานทั่วไป เช่น ดู YouTube ประชุมออนไลน์ และเล่นโซเชียลมีเดีย

ความเร็วโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 10-150 Mbps ขึ้นอยู่กับพื้นที่และความหนาแน่นของผู้ใช้งาน

จุดเด่นของ 5G

  • ความเร็วสูงกว่า 4G หลายเท่า
  • ค่า Latency ต่ำ ตอบสนองรวดเร็ว
  • รองรับอุปกรณ์จำนวนมากพร้อมกัน
  • เหมาะสำหรับสตรีมวิดีโอ 4K-8K เกมออนไลน์ และงานที่ต้องการความเร็วสูง

ในพื้นที่ที่มีสัญญาณดี ความเร็วอาจสูงกว่า 300 Mbps และบางพื้นที่สามารถแตะระดับ 1 Gbps ได้


แล้ว Wi-Fi 2.4GHz และ Wi-Fi 5GHz คืออะไร?

   หลังจากที่เราเตอร์รับอินเทอร์เน็ตจากซิม 4G หรือ 5G แล้ว เราเตอร์จะปล่อยสัญญาณ Wi-Fi ให้โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ กล้องวงจรปิด หรืออุปกรณ์ IoT เชื่อมต่อ

Wi-Fi ที่ปล่อยออกมาจะอยู่ในคลื่นความถี่หลัก 2 แบบ คือ

Wi-Fi 2.4GHz

เป็นคลื่น Wi-Fi ที่ใช้งานมายาวนาน

ข้อดี

  • ส่งสัญญาณได้ไกล
  • ทะลุกำแพงได้ดีกว่า
  • เหมาะกับบ้านหลายห้อง
  • รองรับอุปกรณ์รุ่นเก่าได้จำนวนมาก

ข้อเสีย

  • ความเร็วต่ำกว่า 5GHz
  • มีโอกาสเกิดสัญญาณรบกวนจากอุปกรณ์อื่น เช่น Bluetooth หรือไมโครเวฟ

เหมาะสำหรับ

  • กล้องวงจรปิด Wi-Fi
  • อุปกรณ์ Smart Home
  • บ้านที่ต้องการครอบคลุมพื้นที่กว้าง

Wi-Fi 5GHz

เป็นคลื่น Wi-Fi ที่เน้นความเร็วสูง

ข้อดี

  • ความเร็วสูงกว่า
  • รองรับการรับส่งข้อมูลจำนวนมาก
  • สัญญาณรบกวนน้อยกว่า
  • เหมาะสำหรับดูหนัง 4K และเล่นเกมออนไลน์

ข้อเสีย

  • ระยะส่งสัญญาณสั้นกว่า
  • ทะลุกำแพงได้ไม่ดีเท่า 2.4GHz

เหมาะสำหรับ

  • สมาร์ททีวี
  • คอมพิวเตอร์
  • โน้ตบุ๊ก
  • เกมออนไลน์
  • การประชุมวิดีโอความละเอียดสูง

ทำไมคำว่า 5G ถึงทำให้หลายคนสับสน?

สาเหตุหลักคือคำว่า “5G” และ “5GHz” มีชื่อคล้ายกันมาก

แต่จริง ๆ แล้วมีความหมายต่างกันดังนี้

กล่าวง่าย ๆ คือ 5G คืออินเทอร์เน็ตที่เดินทางจากเสาสัญญาณมาถึงเราเตอร์ ส่วน 5GHz คือ Wi-Fi ที่เดินทางจากเราเตอร์ไปยังมือถือหรือคอมพิวเตอร์

ถ้าใช้เราเตอร์ 4G ยังใช้ Wi-Fi 5GHz ได้หรือไม่?

คำตอบคือ “ได้”

ตัวอย่างเช่น

  • เราเตอร์รับอินเทอร์เน็ตผ่านซิม 4G
  • จากนั้นปล่อย Wi-Fi 2.4GHz และ 5GHz ภายในบ้าน

ดังนั้นแม้จะเป็นเราเตอร์ 4G ก็สามารถมี Wi-Fi 5GHz ได้ หากตัวเครื่องรองรับ Dual Band

เช่น

  • เราเตอร์ 4G Dual Band
  • เราเตอร์ 4G Wi-Fi AC1200
  • เราเตอร์ 4G Wi-Fi 6

ในทางกลับกัน เราเตอร์ 5G บางรุ่นก็อาจปล่อย Wi-Fi ได้ทั้ง 2.4GHz และ 5GHz เช่นกัน

เลือกใช้งานแบบไหนดีที่สุด?

หากพื้นที่ของคุณยังไม่มีสัญญาณ 5G ที่ดี

  • เลือกเราเตอร์ 4G คุณภาพดี
  • ใช้งานร่วมกับ Wi-Fi Dual Band 2.4GHz และ 5GHz

ก็สามารถรองรับการใช้งานภายในบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แต่หากพื้นที่มีสัญญาณ 5G ครอบคลุม

  • เลือกเราเตอร์ 5G
  • ใช้งานร่วมกับ Wi-Fi 5GHz หรือ Wi-Fi 6

จะช่วยดึงประสิทธิภาพของอินเทอร์เน็ตออกมาได้เต็มที่มากขึ้น


   4G และ 5G เป็นเทคโนโลยีเครือข่ายมือถือที่ใช้รับอินเทอร์เน็ตจากผู้ให้บริการเครือข่าย ส่วน 2.4GHz และ 5GHz เป็นคลื่น Wi-Fi ที่เราเตอร์ใส่ซิม ใช้กระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตให้กับอุปกรณ์ภายในบ้าน

   ดังนั้นคำว่า “5G” และ “5GHz” แม้จะมีชื่อคล้ายกัน แต่เป็นคนละเทคโนโลยีและทำงานคนละส่วนของระบบอินเทอร์เน็ต

   ก่อนเลือกซื้อเราเตอร์ใส่ซิม ควรพิจารณาทั้งประเภทของเครือข่ายมือถือที่พื้นที่รองรับ และมาตรฐาน Wi-Fi ของตัวเครื่อง เพื่อให้ได้ความเร็ว ความเสถียร และความคุ้มค่าที่เหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุด

   Ajiko พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับเราเตอร์ใส่ซิม 4G, เราเตอร์ 5G, ซิมอินเทอร์เน็ต และอุปกรณ์เครือข่าย เพื่อให้คุณเลือกโซลูชันที่ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุด