
หลายคนที่ติดตั้งใช้งาน กล้องวงจรปิดไร้สาย CCTV ไม่ว่าจะเป็น กล้องวงจรปิดภายในบ้าน หรือ กล้องวงจรปิดภายนอกสำหรับใช้งานกลางเเจ้ง อาจเคยเจอปัญหา กล้องค้าง , ภาพไม่ขึ้น , ดูผ่านแอปไม่ได้ หรือ กล้องออฟไลน์ ซึ่งอาการเหล่านี้ทำให้หลายคนกังวลว่า กล้องเสียหรือไม่ พอเจอแบบนี้ สิ่งแรกที่หลายคนทำคือ คิดว่ากล้องเสียและรีบแจ้งเคลมทันที
แต่ความจริงแล้ว ปัญหากล้องวงจรปิดค้างจำนวนมาก ไม่ได้เกิดจากตัวกล้องเสีย แต่อาจมาจากการตั้งค่า ระบบอินเทอร์เน็ต หรืออุปกรณ์เสริมบางอย่าง ไปเช็ค 4 สาเหตุหลักที่พบบ่อย แบบเข้าใจง่าย ทำได้เองก่อนตัดสินใจส่งเคลม ช่วยประหยัดเวลา และลดปัญหาการเคลมที่ไม่จำเป็น
อาการกล้องวงจรปิดค้างที่พบบ่อย
อยู่ๆ กล้องวงจรปิด ของเราก็มีการทำงานที่ไม่ปกติ กล้องค้าง ฉะนั้นแล้วก่อนอื่นเลย เราต้องมารู้จักกับอาการที่พบได้บ่อยกันก่อนค่ะ ซึ่งทั้งนี้อาการค้างในกล้องวงจรปิดไร้สายแต่ละตัวก็อาจจะมีแตกต่างกันไปนั่นเองซึ่งอาจจะเกิดได้ทั้ง
- ภาพจากกล้องหยุดนิ่ง ไม่เคลื่อนไหว
- ภาพหมุนโหลดตลอด ดูย้อนหลังไม่ได้
- แอปแจ้งว่า “ออฟไลน์” ทั้งที่ไฟกล้องยังติด
- ดูได้บ้าง ไม่ได้บ้าง โดยเฉพาะช่วงกลางคืน
- ภาพกระตุก หน่วง หรือดีเลย์มากผิดปกติ
หากล้องของเรากำลังมีอาการดังที่ยกตัวอย่างมาเหล่านี้แล้วก็ไปดูวิธีเช็คสาเหตุและวิธีแก้ไขง่ายๆกันค่ะ
4 วิธีเช็คสาเหตุ “กล้องวงจรปิดค้าง” ง่าย ๆ ก่อนแจ้งเคลม
1. เช็คสัญญาณอินเทอร์เน็ต WIFI / ซิมเน็ต
กล้องวงจรปิดที่ทำงานโดยการเชื่อมต่อกับสัญญาณ WiFi หรือ internet บ้าน เป็น กล้อง WiFi ถ้าอินเทอร์เน็ตหรือ WiFi ของเราไม่เสถียร ก็จะส่งผลให้กล้องวงจรปิดที่เชื่อมต่อกับสัญญาณอยู่มีอาการค้างทันที
สิ่งที่ควรเช็ค : จุดที่เรานำกล้องวงจรปิดไปติดตั้งนั้นเป็นจุดที่สามารถรับสัญญาณ WiFi ได้ดีหรือไม่ หากสัญญาณอ่อนควรจะปรับจุดที่ติดตั้งให้ใกล้กับตัวเราเตอร์มากขึ้นเพื่อรับสัญญาณได้ดีขึ้น ทั้งนี้อาจมีการปิดเปิด Router ใหม่เพื่อเป็นการรีสัญญาณอีกครั้ง
กล้องวงจรปิดแบบใส่ซิม ไม่ได้เชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตหรือ WiFi บ้าน แต่ปัญหานี้ที่กล้องค้างอาจจะเกิดจากความเร็วของแพ็คเกจที่ไม่เพียงพอ หรือ จำนวนอินเตอร์เน็ตที่ใช้งานมีไม่เพียงพอได้นั่นเองรวมไปถึงสัญญาณของซิมไม่เสถียรได้เช่นกัน
สิ่งที่ควรเช็ค : ก่อนนำซิมไปใส่ในตัวกล้องวงจรปิดควรเช็คให้แน่ใจทุกครั้งว่ามีการสมัครแพ็คเกจอินเตอร์เน็ตที่เหมาะสมกับการใช้งานกับกล้องวงจรปิดแล้วหรือไม่ทั้งความเร็วและปริมาณควรอยู่ในช่วงที่เหมาะสมแนะนำช่วงความเร็ว 15 ถึง 30 mbps จำนวน 30 GB ขึ้นไปก็เพียงพอต่อการใช้งานกล้องวงจรปิดตลอดทั้งเดือนแล้วค่ะ ทั้งนี้ในส่วนของการเลือกซิมควรเลือกใช้ซิมที่มีสัญญาณเสถียร หรือ แรงที่สุดในพื้นที่เพื่อการทำงานที่ลื่นไหลของกล้อง
2. เช็คแหล่งจ่ายไฟของกล้องวงจรปิด
ไฟเลี้ยงไม่เสถียร ก็อาจทำให้ตัวกล้องวงจรปิดของเราทำงานได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ อาการที่พบบ่อย ๆ ก็คือ กล้องวงจรปิดของเราอาจมีการรีสตาร์ทเอง / กลางคืนภาพดับเป็นช่วง / ไฟอินฟราเรดติด ๆ ดับ ๆ
สิ่งที่ควรตรวจสอบ : อะแดปเตอร์ที่ใช้งานกับกล้องยังอยู่ในสภาพที่ดีเรียบร้อยและไม่ชำรุดอีกทั้งเป็น Adapter ที่ตรงรุ่นการใช้งานกับกล้องวงจรปิดของเราหรือไม่ทั้งนี้ควรเช็คให้ดี และที่สำคัญควรเสียบกับปลั๊กพ่วงหรือจุดเสียบปลั๊กที่มีการต่อแบบมาตรฐานมีคุณภาพไม่ควรใช้งานกล้องวงจรปิดเสียบคู่กับ
3. เช็คเมมโมรี่การ์ด (MicroSD Card)
ในส่วนนี้อาจเป็นจุดเล็กๆที่หลายคนมักจะมองข้ามแต่จริงๆ แล้ว รู้หรือไม่ หากใช้งานเมมโมรี่การ์ดที่ไม่ได้คุณภาพ หรือ เป็นเมมโมรี่การ์ดที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อบันทึกภาพอย่างต่อเนื่องก็อาจส่งผลทำให้กล้องเราค้างได้เช่นเดียวกัน เพราะเมมโมรี่การ์ดที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการบันทึกข้อมูลอย่างต่อเนื่องนั้นเมื่อมีการบันทึกภาพข้อมูลติดๆกันจะทำให้ Memory Card ทำงานหนักและเกิดความร้อนสะสมซึ่งในส่วนของความร้อนสะสมที่เกิดขึ้นนี้จะส่งผลกระทบให้กับตัวกล้องเรานั่นเอง
อาการที่มักพบ : กล้องวงจรปิดของเราดูสดได้ แต่ดูย้อนหลังไม่ได้ กล้องมีอาการค้างเฉพาะตอนเปิดดูย้อนหลัง หรือ แอปแจ้งเตือน Memory Error ใส่เมมในกล้องแล้วแต่ไม่อ่าน
วิธีการแก้ไข : เลือกใช้เมมโมรี่การ์ดที่มีคุณภาพ MicroSD แบบ Class 10 ขึ้นไป และควรหมั่นฟอร์แมตเมมผ่านแอปกล้องทุก 1–2 เดือน หลีกเลี่ยงเมมราคาถูก ไม่มีแบรนด์เพราะเสียงที่จะได้รับสินค้าที่เป็นสินค้าเก่าไม่มีคุณภาพหรือเป็นของปลอม
4. เช็คแอปพลิเคชัน และเฟิร์มแวร์
หากอุปกรณ์ภายนอกรวมไปถึงตัวกล้องวงจรปิดของเรายังอยู่สมบูรณ์ทุกอย่างแล้วก็บางครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวกล้องวงจรปิด แต่อยู่ที่ แอปที่เราใช้งานกับกล้องวงจรปิดได้เช่นเดียวกัน ทั้งนี้วิธีการเช็คและแก้ไขทำได้ง่ายมากๆเพียงแค่เราต้องหมั่นอัพเดท Application ให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดเพื่อความเสถียรในการใช้งานอีกทั้งหากตัวกล้องมีการอัพเดท firmware ก็ควรที่จะอัพเดทให้เรียบร้อยเพราะการใช้งาน App ที่เป็นเวอร์ชั่นเก่าอาจจะไม่รองรับกับระบบปัจจุบันทำให้กล้องวงจรปิดของเราเกิดอาการค้างได้บ่อย
เมื่อไหร่ควร “แจ้งเคลม” กล้องวงจรปิด
หากเช็คครบทุกข้อแล้ว แต่ยังพบอาการดังต่อไปนี้ แนะนำให้ติดต่อร้านค้า หรือ ฝ่ายบริการทันที ซึ่งทั้งนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นในกล้องแต่ละตัวก็อาจจะต่างกันไปตามการใช้งาน แต่ทั้งนี้ในการแจ้งเคลมอาจจะมีขั้นตอนเพิ่มเติมซึ่งเราอาจจะต้องมีการถ่ายคลิปวีดีโอประกอบแนบมาให้ทางร้านเพื่อเป็นการยืนยันว่าสินค้านั้นมีปัญหาและไม่สามารถใช้งานได้จริง ซึ่งขั้นตอนในการเคลมอาจจะใช้เวลาประมาณนึง แต่ทั้งนี้ทั้งในส่วนของการถ่ายวีดีโอ และอาจจะมีการเช็คเพิ่มเติมตามที่ทางร้านแจ้งมา อาจจะทำให้เรารู้สึกหงุดหงิดและเสียเวลาแต่ทั้งนี้การเช็คอีกครั้งหนึ่งตามที่ร้านแจ้งถือว่าเป็นการเช็คเพื่อความแน่ใจเพราะว่าบางจุดเราอาจจะมองข้ามไปไม่ได้เช็คให้ดีเสียก่อนซึ่งบางปัญหาอาจจะแก้ได้ด้วยตัวเองไม่จำเป็นต้องส่งเคลมให้เสียเวลาค่ะ
Recent Comments