
ปัจจุบัน กล้องวงจรปิด เรียกได้ว่าไปที่ไหนก็ต้องเห็นน้องเขาติดตั้งอยู่เกือบทุกที่ไม่ว่าจะเป็น บ้านพักอาศัย หอพัก ร้านค้าเล็กๆ ไปจนถึงสวนและไร่ ก็เริ่มติดตั้งกล้องกันอย่างแพร่หลาย ส่วนหนึ่งด้วยราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น มีกล้องวงจรปิดไร้สายในปัจจุบันก็สามารถติดตั้งเองได้ง่ายมากๆ หลายคนจึงนิยมนำมาติดตั้งใช้งานกัน แต่ความง่ายนี้เองทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่า “กล้องวงจรปิดก็เหมือนกันหมด ซื้อแบบไหนมาติดตรงไหนก็ได้” ผลที่ตามมาคือกล้องพังก่อนเวลาอันควร ทั้งที่เพิ่งซื้อมาไม่กี่เดือน ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างกล้องแต่ละประเภทอย่างชัดเจน เพื่อเลือกใช้ให้ถูกที่ตั้งแต่ครั้งแรก!!
ทำความรู้จักกล้องวงจรปิดภายในคืออะไร
กล้องวงจรปิดภายใน ออกแบบมาเพื่อใช้ในอาคารที่มีหลังคาและผนังรอบด้าน อุณหภูมิและความชื้นค่อนข้างคงที่ ตัวกล้องมักมีขนาดเล็ก รูปทรงสวยงาม วางบนโต๊ะ ชั้นวาง หรือติดผนังได้ง่าย หลายรุ่นรองรับ Wi-Fi จึงเสียบปลั๊กแล้วใช้งานได้ทันที
พื้นที่ที่เหมาะกับกล้องวงจรปิดภายใน
- ห้องนั่งเล่น ห้องนอนเด็ก ห้องครัว ห้องทำงานในบ้าน
- ภายในร้านค้า เคาน์เตอร์ชำระเงิน สำนักงาน
- ห้องเก็บของหรือโกดังเล็กๆ ที่ปิดมิดชิด ไม่ร้อนจัดหรือชื้นมาก
- ทางเดินหรือบันไดภายในอาคาร
ข้อดีหลักของกล้องกลุ่มนี้คือราคาย่อมเยา ติดตั้งง่าย ไม่ต้องเจาะผนัง และดีไซน์เก็บเข้ากับบรรยากาศภายในบ้านได้ดี แต่ข้อจำกัดคือตัวเครื่อง ไม่ได้ออกแบบให้ต้านทานน้ำ ฝุ่น และอุณหภูมิสุดขั้ว
ทำความรู้จัก กล้องวงจรปิดภายนอก คืออะไร
กล้องวงจรปิดภายนอก หลักการทำงานของภาพและการบันทึกไม่ต่างจากกล้องภายใน แต่ถูกออกแบบให้ ทำงานต่อเนื่องได้ท่ามกลางแดด ฝน ฝุ่น ลม และอุณหภูมิที่แปรปรวนตลอดทั้งปี ตัวเรือนมักทำจากโลหะหรือพลาสติกวิศวกรรมที่หนาและทนกว่า มีซีลกันน้ำเพิ่มเข้ามา และขั้วต่อสายที่ออกแบบให้กันน้ำเข้า
พื้นที่ที่เหมาะกับ กล้องภายนอก
- หน้าบ้าน รั้ว ประตูทางเข้า โรงจอดรถ
- ตัวอาคารด้านนอก ลานซักล้าง สวนหลังบ้าน
- หน้าร้านที่เปิดโล่ง ลานจอดรถ ที่ว่างข้างอาคาร
- โกดังหรือโรงงานที่มีฝุ่น ไอน้ำ หรืออุณหภูมิสูง
ข้อเสียที่ควรรู้คืออาจมีราคาที่สูงกว่ากล้องภายในและ ตัวกล้องใหญ่กว่า และมักต้องเจาะผนังหรือยึดขาจับเพื่อติดตั้ง รวมถึงต้องเดินสายไฟและสายสัญญาณให้เรียบร้อยและกันน้ำเข้าให้ดี
กล้องวงจรปิดโซล่าเซลล์ ทางเลือกสำหรับจุดที่ไม่มีไฟฟ้า
กล้องวงจรปิดโซล่าเซลล์ ก็จัดว่าเป็นกล้องวงจรปิดภายนอกเช่นเดียวกันแต่ไม่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าทำงานโดยแผงรับแสงแดดเพื่อชาร์จแบต และนำพลังงานส่วนนี้มาใช้ซึ่งการทำงานต่างๆรวมถึงมาตรฐานการกันน้ำและความแข็งแรงทนทานจะคล้ายกับตัวกล้องวงจรปิดภายนอกแต่จะต่างกันที่ระบบที่เสียบไฟบ้านกับใช้โซล่าเซลล์นั่นเองค่ะ
กล้องโซล่าเซลล์ เหมาะกับสถานที่ที่ไม่มีปลั๊กไฟหรือเดินสายยาก ได้แก่
- สวน ไร่ นา สวนผลไม้ ฟาร์มเลี้ยงสัตว์
- พื้นที่ก่อสร้างที่ยังไม่มีระบบไฟถาวร
- โกดังกลางแจ้ง ลานวัสดุ หรือที่ดินเปล่า
- บ้านพักตากอากาศหรือรีสอร์ตที่อยู่ห่างจากตัวอาคารหลัก
เหตุผลที่เหมาะคือแก้ปัญหาเรื่องแหล่งจ่ายไฟได้ตรงจุด ติดตั้งเร็ว และย้ายตำแหน่งได้สะดวก แต่ก็มีเงื่อนไขที่ต้องพิจารณา ต้องติดตั้งในจุดที่ ได้รับแสงแดดตรงอย่างน้อยวันละหลายชั่วโมง ถ้าถูกร่มไม้บังหรืออยู่ใต้ชายคา และ ช่วงฤดูฝนที่ท้องฟ้าครึ้มติดต่อกันหลายวัน แบตอาจลดลงเรื่อยๆ จึงควรเลือกรุ่นแบตความจุสูงและมีโหมดประหยัดพลังงาน นอกจากนี้เราควรเช็ดแผงโซล่าเซลล์เป็นระยะ เพราะฝุ่นและคราบสกปรกทำให้ชาร์จได้น้อยลง

ข้อแตกต่างสำคัญที่สุดที่ต้องรู้ระหว่างกล้องวงจรปิดภายนอกและกล้องวงจรปิดภายใน
เหตุผลหลักที่กล้องภายนอกกับกล้องภายในใช้แทนกันไม่ได้ในทุกกรณี ข้อแตกต่างที่เป็นหัวใจสำคัญนั่นก็คือเรื่องของ ความแข็งแรงทนทานของตัวกล้อง ซึ่งดูได้จากมาตรฐานที่ระบุไว้ในรายละเอียดสินค้าหรือว่าสเปคของตัวกล้องได้เลย จุดที่ควรสังเกตดังนี้
มาตรฐานกันน้ำและกันฝุ่น (IP Rating)
IP Rating คือมาตรฐานบอกระดับการป้องกันฝุ่นและน้ำ ประกอบด้วยตัวเลข 2 หลัก หลักแรกคือการป้องกันของแข็งและฝุ่น หลักที่สองคือการป้องกันน้ำ ยิ่งตัวเลขสูงยิ่งป้องกันได้ดี ตัวอย่างที่พบบ่อยในกล้องวงจรปิดภายนอก
- IP65 ป้องกันฝุ่นได้สนิท และทนน้ำที่ฉีดเข้ามาจากทุกทิศทาง เหมาะกับการใช้งานกลางแจ้งทั่วไป
- IP66 ทนน้ำแรงดันสูงกว่า IP65 เหมาะกับจุดที่โดนฝนสาดหนักหรือน้ำฉีดล้าง
- IP67 ทนต่อการแช่น้ำชั่วคราว เหมาะกับพื้นที่ที่น้ำท่วมขังหรือท่วมได้ในบางครั้ง
ส่วนกล้องภายในส่วนใหญ่ ไม่มีการระบุระดับ IP เลย หรือมีระดับต่ำมาก เพราะไม่ได้ออกแบบมาให้เจอน้ำ แค่ละอองฝนที่ปลิวเข้ามาหรือความชื้นสูงสะสมนานๆ ก็ทำให้ภายในเป็นสนิม ลัดวงจร หรือเลนส์เกิดฝ้าได้
ความทนทานต่ออุณหภูมิและแสงแดด
กล้องภายนอกมักระบุช่วงอุณหภูมิใช้งานกว้างกว่ามาก (ตามสเปกของแต่ละรุ่น) เพื่อรองรับทั้งอากาศร้อนจัดกลางแดดและอากาศเย็น ขณะที่กล้องภายในออกแบบมาสำหรับอุณหภูมิห้องหรือปรับอากาศ เมื่อนำไปไว้ในที่ร้อนจัด เช่น ใต้หลังคาสังกะสีหรือจุดที่แดดส่อง ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อาจร้อนเกินจนกล้องรีสตาร์ท ภาพกระตุก หรืออายุการใช้งานลดลงมาก นอกจากนี้ตัวเรือนของกล้องภายนอกยังมักใช้วัสดุทนรังสี UV ไม่กรอบ ไม่เหลือง และไม่ผุเร็วเมื่อโดนแดดนานๆ ส่วนพลาสติกของกล้องภายในมักไม่ได้ออกแบบมาเพื่อสิ่งนี้
กล้องวงจรปิดภายนอกกับภายในใช้ทดแทนกันได้ไหม
กล้องภายนอกทนกว่ากล้องภายในในทุกด้านอยู่แล้ว การนำมาใช้ในอาคารจึงไม่ทำให้กล้องเสียหาย โดยเฉพาะในโกดัง โรงงาน หรือคลังสินค้าที่มีฝุ่น ไอน้ำ หรืออุณหภูมิสูง กล้องภายนอกกลับเหมาะสมกว่าด้วยซ้ำ แต่อาจจะมีบางส่วนที่เพิ่มเติมเข้ามาหากมีการใช้แทนกัน
- ตัวกล้องมีขนาดใหญ่ รูปทรงดูเป็นอุตสาหกรรม อาจไม่เข้ากับบรรยากาศในบ้าน
- ส่วนใหญ่ต้องเจาะหรือยึดขาจับกับผนัง หรือ เพดาน ต่างจากกล้องภายในที่วางตั้งได้ทันที
- ราคามักสูงกว่า อาจเกินความจำเป็นหากใช้ในห้องที่สภาพแวดล้อมปกติ
เอากล้องภายในไปใช้ภายนอกได้มั้ยนะ
กล้องภายในไม่มีการกันน้ำและกันฝุ่นที่เพียงพอ เมื่อนำไปติดกลางแจ้งหรือในจุดเสี่ยงต่อความชื้นและสภาพอากาศ ความเสียหายมักตามมาเร็วกว่าที่คิด เช่น น้ำเข้าตัวเครื่อง วงจรชื้นจนช็อต เลนส์เป็นฝ้าหรือเชื้อรา พลาสติกกรอบจากแดดและความร้อน และที่อันตรายกว่านั้นคือเสี่ยงต่อไฟช็อตหรือไฟรั่ว เพราะมีไฟเลี้ยงต่ออยู่
ควรระวังก่อนติดกล้งวงจรปิด พื้นที่ “กึ่งภายนอก” จุดที่คนพลาดบ่อยที่สุด
หลายคนคิดว่าแค่มีหลังคาก็ถือว่าเป็นพื้นที่ในอาคารแล้ว แต่ในความเป็นจริง บริเวณเหล่านี้ยังต้องใช้กล้องภายนอก
- โรงจอดรถหรือคาร์พอร์ต ที่มีหลังคาแต่เปิดโล่งสามด้าน ฝนสาดและลมพัดละอองน้ำเข้าได้ง่าย
- ระเบียงและชานบ้าน ที่ความชื้นสูงและโดนแดดรำไร
- ใต้ชายคา ทางเดินหน้าบ้าน ที่มีหลังคา แต่รอบข้างโล่ง ไอน้ำและความชื้นเข้าถึงได้เต็มที่
- โกดังเปิดโล่งหรือโรงเรือน ที่ไม่มีผนังปิดมิดชิด ความร้อนและฝุ่นสะสมสูง
- จุดใต้หลังคาสังกะสี ที่ความร้อนสะสมสูงมากช่วงบ่าย
ข้อสังเกตง่ายๆ คือ ถ้าลมและฝนสาดถึง หรืออุณหภูมิ/ความชื้นผันผวนมากกว่าในห้องปกติ ให้เลือกกล้องภายนอกไว้ก่อน ราคาที่จ่ายเพิ่มเล็กน้อยคุ้มกว่าการซื้อใหม่ทั้งตัวหรือเสียข้อมูลสำคัญเพราะกล้องดับ
กล้องวงจรปิดภายในเหมาะกับพื้นที่ที่ปิดมิดชิดและสภาพอากาศคงที่ ส่วนกล้องวงจรปิดภายนอกถูกออกแบบมาให้ทนทั้งแดด ฝน ฝุ่น และอุณหภูมิที่แปรปรวน โดยมีมาตรฐานอย่าง IP65–IP67 เป็นตัวชี้วัด และถ้าติดตั้งในจุดที่ไม่มีไฟฟ้า กล้องโซล่าเซลล์ก็เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ ขอเพียงมีแสงแดดและสัญญาณที่เพียงพอ
หลักจำง่ายๆ คือ กล้องภายนอกใช้ในอาคารได้ แต่กล้องภายในห้ามใช้กลางแจ้ง และพื้นที่กึ่งภายนอกให้ถือว่าเป็นภายนอกไว้ก่อน หากเลือกถูกประเภทตั้งแต่ต้น ติดตั้งให้เหมาะสม และดูแลเป็นประจำ กล้องวงจรปิดจะทำหน้าที่เฝ้าระวังให้เราได้อย่างอุ่นใจและยาวนาน
Recent Comments