เราเตอร์ใส่ซิม คืออะไร ต่างจากเราเตอร์อินเทอร์เน็ตบ้านยังไงกันนะ และ เหมาะกับการใช้งานแบบไหน ใช้แทนเน็ตบ้านได้ไหม มาทำความเข้าใจง่าย ๆ ก่อนเลือกซื้อกันดีกว่าค่ะ ยิ่งในยุคที่อินเทอร์เน็ตกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการใช้ชีวิตของเราทั้งการทำงาน การเรียน เเละ ความบันเทิง ฉะนั้นแล้วนอกจากความแรงของเน็ตที่เราใช้เเล้วอีกอย่างที่ต้องดูให้ดี เพื่อการใช้งานเน็ต ไวไฟ ของเรารายลื่นที่สุด นั่นก็คือ “เราเตอร์ WiFi ” อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่กระจายสัญญาณ หัวใจสำคัญของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตนั่นเองค่ะ

ควรเลือกอะไรดี เราเตอร์ใส่ซิม กับ เราเตอร์แบบเดินสายอินเทอร์เน็ตทั่วไป นั้นแตกต่างกันอย่างไร และแบบไหนเหมาะกับการใช้งานของเรามากกว่า


เราเตอร์ใส่ซิม คืออะไร?

เราเตอร์ใส่ซิม (4G/5G Router) คือ อุปกรณ์กระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่สามารถ ใส่ซิมการ์ดเน็ตแบบเดียวกับที่เราใช้งานโทรศัพท์มือถือ เมื่อใส่ซิมที่มีแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตแล้ว ตัวเราเตอร์จะทำหน้าที่ แปลงสัญญาณอินเทอร์เน็ตมือถือให้กลายเป็น WiFi เพื่อให้อุปกรณ์ต่าง ๆ เชื่อมต่อใช้งานได้นั่นเองค่ะ


เราเตอร์แบบเดินสายทั่วไป คืออะไร?

เราเตอร์แบบเดินสาย หรือ ที่เรียกว่า เราเตอร์เน็ตบ้าน (Broadband Router) เป็นอุปกรณ์ที่ต้องเชื่อมต่อกับ สายอินเทอร์เน็ตจากผู้ให้บริการ เช่น สายไฟเบอร์ (Fiber Optic) , สาย LAN จากโมเด็ม , สายอินเทอร์เน็ตจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตบ้าน จากนั้นตัวเราเตอร์จะกระจายอินเทอร์เน็ตออกมาเป็น WiFi ให้ใช้งานได้ในจุดนั้น ๆ ที่มีการติดตั้ง


ความแตกต่างระหว่าง เราเตอร์ใส่ซิม vs เราเตอร์เดินสาย

แหล่งสัญญาณอินเทอร์เน็ต และ ความเร็วอินเทอร์เน็ต 

เราเตอร์ใส่ซิม : ใช้สัญญาณมือถือจากซิมเน็ตที่เราเลือกใช้งาน 4G / 5G มีการติดตั้งที่ง่าย เพียงใส่ซิม เสียบปลั๊กก็ใช้งานได้ ความเร็ว แรงของไวไฟจะขึ้นอยู่กับสัญญาณมือถือ หรือ แพ็คเกจเน็ตที่เราเลือกใช้งานรวมไปถึง ความเร็วสูงสุดที่ตัวเราเตอร์ของเราสามารถปล่อยได้

เราเตอร์แบบเดินสาย : อินเทอร์เน็ตบ้านผ่านสาย ต้องติดตั้งสายอินเทอร์เน็ตก่อน มีการยุ่งยากในการต้องติดต่อเรื่องและนัดหมายช่าง  สัญญาณ WIFI มักเสถียรกว่า มีเเพ็คความเร็วชัดเจน สามารถเลือกได้ตามความต้องการในการใช้งาน

การติดตั้ง และ ความสะดวกในการย้าย

เราเตอร์ใส่ซิม : มีการติดตั้งที่ง่าย เพียงใส่ซิม เสียบปลั๊กก็ใช้งานได้ ย้ายไปใช้ที่ไหนก็ได้ ปรับที่ติดตั้งได้สะดวก

เราเตอร์แบบเดินสาย : ต้องติดตั้งสายอินเทอร์เน็ตก่อน มีการยุ่งยากในการต้องติดต่อเรื่องและนัดหมายช่าง ในการย้ายจุดติดตั้ง ย้ายยากกว่า Router แบบใส่ซิม เพราะต้องเดินสาย


ข้อดีของเราเตอร์ WiFi ใส่ซิม

1. ติดตั้งง่าย ไม่ต้องเดินสาย

เพียงใส่ซิมเน็ตที่มีแพ็กเกจอินเทอร์เน็ต ก็สามารถใช้งานได้ทันที เหมาะสำหรับคนที่ต้องการติดตั้งอินเตอร์เน็ตบ้านไว้ใช้งานแต่ไม่สะดวกเดินทางไปที่ศูนย์ หรือ บ้านอาจจะอยู่ในพื้นที่ หรือ เขตที่เน็ตไม่สามารถเดินสายได้ 

2. สามารถย้ายที่ใช้งานได้

สามารถนำไปใช้งานได้หลายสถานที่ การปรับจุดติดตั้งทำได้ง่ายเนื่องจากไม่จำเป็นต้องเดินสายให้ยุ่งยากเพียงติดตั้งในจุดหรือพื้นที่ที่สามารถรับสัญญาณของซิมอินเตอร์เน็ตที่เราใช้งานได้ดีและอยู่ใกล้จุดที่สามารถเสียบปลั๊กได้ก็ทำงานได้ทันที

3. สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างดี

เนื่องจาก เราเตอร์ใส่ซิม ทำงานควบคู่กับซิมอินเตอร์เน็ตทั้งนี้ผู้ใช้อย่างเราสามารถปรับเลือกใช้ซิมเครือข่ายได้ตามต้องการอีกทั้งในส่วนของความเร็วและแพ็คเกจก็ยังสามารถปรับได้อีกด้วย นอกจากนี้เราเตอร์ใส่ซิมยังสามารถทำงานควบคู่กับซิมอินเตอร์เน็ตแบบรายปีได้อีกด้วยซึ่งเมื่อเลือกใช้ควบคู่กับซิมรายปีแล้วค่าใช้จ่ายก็จะถูกลงอย่างเห็นได้ชัดเจนเมื่อเทียบกับ Router ทั่วไปที่ต้องเสียแบบรายเดือน


ข้อดีของเราเตอร์แบบเดินสาย

1. สัญญาณทีความเร็วเสถียรกว่า

อินเทอร์เน็ตบ้านโดยเฉพาะแบบไฟเบอร์ มักให้ความเร็วที่สูงและเสถียรกว่าเครือข่ายมือถือ

2. รองรับการใช้งานหนัก

เหมาะสำหรับบ้าน หรือ สำนักงานที่มีการใช้งานอินเทอร์เน็ตจำนวนมาก เช่น ดูสตรีมมิ่งความละเอียดสูง , เล่นเกมออนไลน์ , ทำงานออนไลน์หลายเครื่องพร้อมกัน

3. ค่าอินเทอร์เน็ตต่อเดือนคุ้มกว่า

โดยทั่วไปแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตบ้านมักให้ปริมาณข้อมูล หรือ ความเร็วที่คุ้มค่ากว่าแพ็กเกจมือถือ


แล้วควรเลือกใช้แบบไหนดี?

การเลือกใช้งานขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานเป็นหลัก

เลือกเราเตอร์ใส่ซิม หากคุณต้องการ

  • อินเทอร์เน็ตในพื้นที่ไม่มีเน็ตบ้าน
  • ต้องการความยืดหยุ่นในการติดตั้งและการปรับย้ายจุดติดตั้ง
  • ประหยัดค่าใช้จ่าย ปรับแพ็คเกจได้ตามต้องการ 
  • ติดตั้งง่าย ไม่ต้องเดินสาย

เลือกเราเตอร์แบบเดินสาย หากคุณต้องการ

  • อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและเสถียร
  • ใช้งานหลายอุปกรณ์พร้อมกัน
  • ใช้งานอินเตอร์เน็ตที่ต้องการความเร็วค่อนข้างสูงเช่นดู Streaming หรือ เล่นเกมออนไลน์รวมไปถึงการใช้ในการทำงานออนไลน์หลายๆเครื่องพร้อมกัน 

ดังนั้นการเลือกใช้งานจึงขึ้นอยู่กับว่า ต้องการความสะดวกในการติดตั้ง หรือความเสถียรของอินเทอร์เน็ตเป็นหลัก หากเข้าใจความแตกต่างของอุปกรณ์ทั้งสองประเภทแล้ว ก็จะช่วยให้คุณเลือกใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ตรงกับความต้องการมากที่สุด