ปัจจุบันกล้องวงจรปิดกลายเป็นอุปกรณ์พื้นฐานของทุกบ้าน ทุกธุรกิจ ทุกโกดัง และแทบทุกจุดที่ต้องการความปลอดภัย ตั้งแต่ตรอกหลังบ้าน หน้าร้าน จุดรับ–ส่งสินค้า ไปจนถึงรั้วรอบพื้นที่ แต่เมื่อเริ่มค้นหาข้อมูล หลายคนจะพบว่ามีกล้อง 2 ประเภทที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ
กล้องโซล่าเซลล์ (Solar Camera) และ กล้องวงจรปิดแบบปกติ (ไฟบ้าน)
และมักเกิดคำถามว่า…
- แบบไหนทนกว่า?
- แบบไหนเสถียรกว่า?
- แบบไหนเหมาะกับบ้านที่ไม่มีช่างเดินสาย?
- แบบไหนเหมาะสำหรับบันทึกตลอด 24 ชั่วโมง?
วันนี้ Ajiko จะอธิบายแบบเห็นภาพ พร้อมยกสถานการณ์จริงที่ลูกค้าถามบ่อย เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างถูกต้องที่สุด ไม่ซื้อผิด ไม่เสียดายทีหลัง และได้ระบบที่ตอบโจทย์กับพื้นที่ของคุณจริง ๆ

1. กล้องโซล่าเซลล์คืออะไร?
กล้องโซล่าเซลล์เป็นกล้องวงจรปิดไร้สายที่ทำงานด้วยแบตเตอรี่ ซึ่งแบตจะถูกชาร์จจากแผงโซลาเซลล์ด้านบนหรือแผงโซลาเซลล์ที่ติดตั้งแยกจากตัวกล้อง จุดเด่นที่ทำให้ได้รับความนิยมมากในช่วง 3–4 ปีหลัง คือ ไม่ต้องใช้ไฟบ้านแม้แต่นิดเดียว
พูดง่าย ๆ ว่า
ติดตรงไหนมีแดด ตรงนั้นมีกล้อง
จุดเด่นสำคัญที่หลายคนอาจยังไม่รู้
- แผงโซลาร์รุ่นใหม่ไม่จำเป็นต้องมีแดดจัดก็ชาร์จได้
- แบตความจุสูง 8,000–20,000 mAh ช่วยให้ใช้งานได้ 2–5 วันแม้ไม่มีแดด
- ใช้เซนเซอร์ PIR จับความเคลื่อนไหวของคน/สัตว์ ทำให้ประหยัดแบตมาก
- บางรุ่นรองรับ Cloud Storage ลดปัญหาเมมพังหรือข้อมูลหาย
- ติดตั้งง่ายแบบ DIY ไม่ต้องจ้างช่าง
เพราะข้อดีเหล่านี้ กล้องโซล่าจึงถูกนำไปใช้ใน สวน, ไร่, ฟาร์ม, โกดังโล่ง, โรงจอดรถ, รั้วรอบบ้าน, เสาไฟ, และพื้นที่ที่ปลั๊กไฟเข้าไม่ถึง มากที่สุด
2. กล้องปกติ (ไฟบ้าน) คืออะไร?
กล้องวงจรปิดแบบต่อไฟบ้าน เป็นประเภทที่เห็นได้มากที่สุดตามร้านค้า บ้าน อาคารสำนักงาน และโรงงาน จุดเด่นคือ ความเสถียร และ รองรับการบันทึกต่อเนื่องจริง ๆ
รายละเอียดที่หลายคนมองข้าม
- ใช้ไฟบ้านแบบคงที่ จึงทำงานได้ 24 ชั่วโมงเต็ม
- ภาพลื่นกว่า เพราะไม่ต้องลดเฟรมเรตเพื่อประหยัดพลังงาน
- หากเป็นระบบ NVR/DVR สามารถบันทึกหลายกล้องพร้อมกัน
- เซนเซอร์ส่วนใหญ่ใหญ่กว่า จึงให้ภาพกลางคืนชัดกว่าในงบเท่ากัน
- เหมาะสำหรับ “งานจริงจัง” เช่น ร้านทอง ร้านขายมือถือ ร้านสะดวกซื้อ
ข้อเสียหลักที่ลูกค้าเจอบ่อยคือ
ต้องเดินสาย และ อาจต้องจ้างช่างติดตั้ง ซึ่งมีต้นทุนเพิ่มเติม แต่ก็จะมีตัวเลือก กล้องไร้สาย เพื่อให้สะดวกต่อการใช้งาน
3. เปรียบเทียบแบบลงลึก – กล้องโซล่า VS กล้องปกติ
ในหัวข้อนี้ Ajiko จะอธิบายให้เห็นภาพแบบที่ลูกค้าควรรู้ก่อนตัดสินใจจริง
3.1 ด้านพลังงานและความเสถียร
กล้องโซล่า
- ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ 100%
- ถ้าแดดอ่อนหลายวัน แบตเตอรี่อาจลดลงตามการใช้งาน
- รุ่นดี ๆ ชาร์จได้แม้แดดปานกลาง (ไม่ต้องแดดเปรี้ยง)
- เน้นทำงานเมื่อมีการเคลื่อนไหว → ประหยัดแบตเตอรี่
เหมาะสำหรับ: จุดที่ไม่มีปลั๊ก, จุดไกลบ้าน, ติดหลายตำแหน่งแบบประหยัด
กล้องปกติ
- ใช้ไฟบ้าน เสถียรมาก
- เปิด 24 ชม. ต่อเนื่องไม่หยุด
- รองรับระบบใหญ่ 4–32 กล้องได้สบาย
- ภาพนิ่งกว่า เพราะไม่ต้องประหยัดไฟ
เหมาะสำหรับ: ร้านค้า, ออฟฟิศ, บ้านที่ต้องการระบบใหญ่จริงจัง
3.2 ด้านภาพและคุณภาพการบันทึก
กล้องโซล่า
- มีทั้ง Full HD, 2K, 4K แต่ขึ้นกับรุ่น
- บันทึกแบบ Event-based (บันทึกเฉพาะตอนเจอความเคลื่อนไหว)
- ภาพลื่นน้อยกว่ากล้องปกติเล็กน้อย เพราะต้องประหยัดแบต
กล้องปกติ
- ภาพลื่นกว่าและนิ่งกว่า
- บันทึกต่อเนื่องได้แบบ 24/7
- ให้คุณภาพกลางคืนดีกว่าในงบเท่ากัน
ข้อสังเกต:
หากต้องการเก็บภาพต่อเนื่อง “ทุกนาที” → กล้องปกติดีกว่า
ถ้าต้องการเก็บเฉพาะเหตุการณ์ “คนเดินผ่าน” → กล้องโซล่าชนะ
3.3 ด้านการติดตั้งและค่าดำเนินการ
กล้องโซล่า
- ติดตั้งเองได้
- ไม่ต้องเดินสายไฟ
- ย้ายตำแหน่งง่ายมาก
- ใช้เวลาติดตั้งจุดละ 5–10 นาที
ต้นทุนรวมมักถูกกว่า เพราะ “ไม่มีค่าแรงช่าง”
กล้องปกติ
- ต้องเดินสายไฟ/สาย LAN
- อาจต้องมีรางเก็บสาย
- ต้องจ้างช่างเพื่อความเรียบร้อย
- หากบ้านใหญ่ ค่าเดินสายอาจสูง
ต้นทุนรวมจึงสูงกว่าในหลายกรณี แต่ได้ความเสถียรแลกกลับมา แต่ราคากล้องจะถูกกว่า
3.4 ความทนทานและอายุการใช้งาน
กล้องโซล่า
- ใช้กลางแจ้งตลอดเวลา
- แบตเตอรี่มีอายุ 2–4 ปี (ขึ้นกับคุณภาพ)
- ทนแดด–ฝนระดับ IP65–IP67
กล้องปกติ
- ถ้าติดในอาคาร → อายุยืนมาก 5–8 ปี
- ถ้าติดนอกอาคาร → ยังทนกว่าโซล่าในหลายรุ่น
- ไม่ต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่
4. สถานการณ์จริง – Ajiko แนะนำแบบไหน?
เคส 1: บ้านมีรั้วรอบแต่ไม่มีปลั๊กไฟนอกบ้าน
→ เลือกกล้องโซล่า คุ้มกว่า เดินสายแพงและยุ่ง
เคส 2: ร้านค้า/ร้านทอง/ร้านมือถือ ต้องการภาพลื่น 24 ชม.
→ เลือกกล้องปกติ เพราะต้องการความเสถียรสูง
เคส 3: ต้องการติดในสวน–ไร่ 4–6 จุด ห่างกันเกิน 30 เมตร
→ กล้องโซล่า ชนะทุกด้าน ทั้งความง่ายและงบประมาณ
เคส 4: บ้านสองชั้น ต้องการ 1–2 ตัวหน้าบ้านหลังบ้าน
→ หากมีปลั๊กใกล้จุดติดตั้ง → กล้องปกติ
→ หากไม่มีปลั๊กและไม่อยากเจาะบ้าน → กล้องโซล่า
เคส 5: ต้องการติดกล้องที่เสาไฟหน้าบ้าน
→ กล้องโซล่า ตอบโจทย์ที่สุด
เคส 6: โรงงานที่ต้องบันทึกทุกวินาทีโดยไม่ขาดช่วง
→ กล้องปกติระบบ NVR คือคำตอบ
5. เปรียบเทียบความคุ้มค่าแบบลงลึก
ค่าใช้จ่ายเริ่มต้น
- กล้องโซล่า: ค่ากล้องอย่างเดียว
- กล้องปกติ: ค่ากล้อง + ค่าเดินสาย + ค่าแรงช่าง
ค่าใช้จ่ายรายเดือน
- กล้องโซล่า: 0 บาท (ไม่มีค่าไฟ)
- กล้องปกติ: ใช้ไฟเล็กน้อย แต่ยังประหยัด (ไม่เกิน 20–40 บาท/เดือน/จุด)
ค่าใช้จ่ายในระยะยาว
- กล้องโซล่า: อาจต้องเปลี่ยนแบตภายใน 2–4 ปี
- กล้องปกติ: ทนทานกว่า ใช้นานถึง 5–8 ปี
6. สรุปแบบ Ajiko
กล้องโซล่า เหมาะกับใคร?
- บ้านที่ไม่มีปลั๊กใกล้จุดติดตั้ง
- คนที่อยากติดตั้งเองแบบไม่ต้องจ้างช่าง
- สวน/ไร่/พื้นที่กว้างนอกบ้าน
- จุดที่ต้องติด 4–8 ตัวแบบประหยัดงบ
- ผู้ใช้ที่ต้องการดูเหตุการณ์แบบแจ้งเตือนเท่านั้น
คำจำกัดความ Ajiko:
“ถ้าจุดนั้นไม่มีไฟ กล้องโซล่าคือคำตอบที่ดีที่สุด”
กล้องปกติ เหมาะกับใคร?
- ร้านค้า ออฟฟิศ โกดังที่ต้องบันทึกทุกวินาที
- บ้านที่มีปลั๊กใกล้จุดติดตั้ง
- ผู้ใช้ที่ต้องการภาพลื่นไหล ไม่พลาดเฟรม
- ระบบที่ต้องการ 4–32 กล้องแบบเชื่อมต่อไปยัง NVR
คำจำกัดความ Ajiko:
“ถ้าอยากได้ระบบเสถียรและบันทึกจริงจัง กล้องปกติดีที่สุด”
Ajiko – เลือกอะไรดีในปีนี้?
หากเปรียบเทียบแบบคนใช้จริง ไม่ใช่แค่ข้อมูลตามสเปก:
กล้องโซล่า = ความสะดวก + ประหยัด + ติดง่าย + เหมาะกับภายนอก
กล้องปกติ = ความเสถียร + ภาพนิ่ง + บันทึกต่อเนื่อง + เหมาะกับภายใน/ธุรกิจ
หลายบ้านเลือกใช้ ผสมกัน เช่น
- โซล่าตามรั้ว 3–4 ตัว
- ปกติภายในบ้าน 2–3 ตัว
แบบนี้ได้ประโยชน์ครบทุกด้าน ทั้งครอบคลุมและเสถียร
****หากไม่แน่ใจว่าจะเลือกแบบไหนดีลองสอบถามมาที่ Ajiko เพื่อแนะนำได้นะคะ
Recent Comments